2007/Jan/28

เตียวเสี้ยน หรือเตียวฉาน (貂婵) หนึ่งในสี่ยอดหญิงงามของจีนเจ้าค่ะ

เตียวเสี้ยนเป็นเด็กที่ อ้องอุ้น (王允) ขุนนางผู้ใหญ่ในพระเจ้าเหี้ยนเต้ (ปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก) เก็บมาเลี้ยงไว้ มีรูปโฉมที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง และมีความสามารถในการฟ้อนรำเป็นเลิศ

ตอนนั้นตั๋งโต๊ะ (董卓) เป็นทรราชของแผ่นดิน มีอำนาจล้นฟ้า แอบอ้างราชโองการปกครองเหล่าขุนนาง

อ้องอุ้นต้องการจะกำจัดตั๋งโต๊ะ แต่หาวิธีไม่ได้ อ้องอุ้นได้แต่กลัดกลุ้มใจ กินไม่ได้นอนไม่หลับ พอเห็นนางเตียวเสี้ยนนั่งถอนหายใจ เลยเข้าไปต่อว่าทำนองว่า "รอชู้ไม่มาพบหรือไร จึงได้ถอนหายใจ"

ความจริงในคืนนั้นพระจันทร์สว่างสดใส นางได้มาจุดธูปและอธิษฐานต่อสวรรค์ ยินดีที่จะรับภาระช่วยเหลือผู้เป็นนาย

นางเตียวเสี้ยนกล่าวว่า "ที่ถอนหายใจเพราะเห็นท่านเป็นทุกข์ ก็อยากจะช่วยท่าน แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร" อ้องอุ้นคิดแผนการได้ จึงเรียกนางเตียวเสี้ยนเข้าไปในห้อง แล้วกระทำคำนับนางเตียวเสี้ยน บอกว่าเตียวเสี้ยนนี่แหละจะช่วยราชบัลลังก์ของพระเจ้าเหี้ยนเต้ได้

แล้วอ้องอุ้นก็ใช้ "อุบายหญิงงาม" โดยยกฐานะให้นางเตียวเสี้ยนเป็นธิดาบุญธรรม แล้วต่อมาจะยกนางให้แก่ลิโป้ (吕布) ก่อนอย่างลับๆ แล้วก็คอยหาโอกาสจะยกนางให้กับตั๋งโต๊ะอีกทีหนึ่ง

ว้นหนึ่งอ้องอุ้นสบโอกาส หลังเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ตั๋งโต๊ะว่างอยู่ อ้องอุ้นจึงเชิญมาบ้าน เลี้ยงโต๊ะแล้วมีระบำหญิงงามให้ดู โดยใช้ให้เตียวเสี้ยนออกมาฟ้อนรำ ดังภาพ


user posted image


ภาพวาด นางเตียวเสี้ยนฟ้อนรำให้ตั๋งโต๊ะชม



เมื่อนางเตียวเสี้ยนเป็นที่ต้องตาตรึงใจของตั๋งโต๊ะ อ้องอุ้นก็ยกนางให้กับตั๋งโต๊ะ ซึ่งตั๋งโต๊ะก็รีบพานางไปที่อยู่ในคืนวันนั้นเลย

*********************************************

เตียวเสียน (Diao Chan ) - จันทร์หลบโฉมสุดา

user posted image



*********************************************


เตียวเสี้ยน 闭月 (bi yue) ความงามที่ทำให้แม้แต่ดวงจันทร์ยังต้องหลบเลี่ยงให้"

เตียวเสี้ยน หรือเตียวฉาน (貂婵) เป็นนางระบำของขุนนางที่ชื่อว่าอ๋องอุ้น (王允) ในสมัยปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก มีรูปโฉมที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง และมีความสามารถในการฟ้อนรำเป็นเลิศ ครั้นเมื่อนางเห็นว่าราชวงศ์ฮั่นตะวันออกตกอยู่ใต้อำนาจของขุนนางทรราชตั๋งโต๊ะ (董卓) ซึ่งแอบอ้างราชโองการปกครองเหล่าขุนนาง ทำให้ขุนทางทั้งหลายไม่กล้าขัดขืน อีกทั้งอ๋องอุ้นกลัดกลุ้มใจ กินไม่ได้นอนไม่หลับ ในคืนพระจันทร์สว่างสดใส นางได้จุดธูปอธิษฐานต่อสวรรค์ยินดีที่จะรับภาระช่วยเหลือผู้เป็นนาย อ๋องอุ้นผ่านมาได้ยินเข้าก็รู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก จึงตรงเข้าไปพยุงนางลุกขึ้น และคำนับนาง นับจากนั้นจึงได้รับเตียวเสี้ยนเป็นธิดาบุญธรรม

อ๋องอุ้นเห็นว่าตั๋งโต๊ะกำลังยึดครองราชวงศ์ฮั่นตะวันออก จึงได้วางแผนการอันต่อเนื่อง ยกเตียวเสี้ยนให้แก้ลิโป้ (吕布) ก่อนอย่างลับๆ แล้วจึงค่อยยกนางให้แก่ตั๋งโต๊ะ ลิโป้นั้นมีความกล้าหาญอายุยังน้อย ส่วนตั๋งโต๊ะเจ้าเล่ห์เพทุบาย เพื่อที่จะดึงลิโป้มาเป็นพวก ตั๋งโต๊ะจึงได้รับลิโป้เป็นลูกบุญธรรม ทั้งสองต่างก็ฝักใฝ่ในอิสตรี ดังนั้นนับจากนั้นมาเตียวเสี้ยนต้องรับมือกับบุคคลทั้งสอง ทำให้ทั้งคู่หลงใหล หลังจากที่ตั๋งโต๊ะรับเตียวเสี้ยนไว้เป็นภรรยาน้อย ลิโป้เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก

วันหนึ่ง ในขณะที่ตั๋งโต๊ะไปร่วมประชุมเหล่าขุนนาง ลิโป้ก็แอบเข้าไปพบกับเตียวเสี้ยน และนัดพบกันที่ศาลาฟ่งอี๋ เมื่อเตียวเสี้ยนไปพบลิโป้ ก็ได้แสร้งร้องไห้บอกเล่าความทุกข์ที่ถูกตั๋งโต๊ะขืนใจ ลิโป้โกรธมาก ในเวลาเดียวกันนั้นเองตั๋งโต๊ะกลับมาพบเข้า และด้วยความโกรธจึงได้แย่งเอาง้าวในมือของลิโป้และตรงเข้าแทง แต่ลิโป้หนีไปได้ นับจากนั้นทั้งสองต่างก็เกิดความระแวงซึ่งกันและกัน จนท้ายที่สุดอ๋องอุ้นก็สามารถเกลี้ยกล่อมลิโป้ให้กำจัดตั๋งโต๊ะได้ในที่สุด

ฉายา ความงามที่ทำให้แม้แต่ดวงจันทร์ยังต้องหลบเลี่ยงให้ของเตียวเสี้ยนนั้นมาจากเรื่อง
ราวตอนที่นางกำลังอธิษฐานต่อดวงจันทร์อยู่ภายในสวน ทันใดนั้นมีลมพัดขึ้นเบา ๆ เมฆจึงลอยมาบดบังอันสว่างสดใส ขณะนั้นบังเอิญอ๋องอุ้นมาพบเข้า เพื่อที่จะเป็นการกล่าวชมว่าธิดาของตนนั้นมีความงามเพียงใด เมื่อพบปะผู้คนก็มักจะกล่าวว่า บุตรีของข้าหากเทียบความงามกับดวงจันทร์แล้ว ดวงจันทร์ยังมิอาจเทียบได้ รีบหลบเข้าไปหลังหมู่เมฆ ดังนั้นผู้คนจึงขนานนามเตียวเสี้ยนว่า 闭月หรือ ความงามที่ทำให้แม้แต่ดวงจันทร์ยังต้องหลบเลี่ยงให้

โดย: แปลจากบทความ 沉鱼, 落燕, 闭月, 羞花 ใน website 中国民间故事

user posted image


*********************************************

เตียวเสียน-จันทร์หลบโฉมสุดา
อรไทผู้ไร้บุคคลจริง

เตียวเสียนเป็นนางในวรรคดีโดยแท้ เพราะในประวัติศาสตร์ไม่มีผู้หญิงชื่อนี้อยู่เลย
และโดยทั่วไปแล้ว ถือกันว่าเธอเป็นตัวละครที่มีแต่ชื่อ ไม่มีแซ่ อักษรเตียวที่เป็นชื่อพยางค์แรกหมายถึงสัตว์จำพวกหนึ่ง
แบ่งออกเป็นสองชนิดคือเตียวบกและเตียวน้ำ
ในวรรคดีคำว่าเตียวมีความหมายอุปมาว่า " อบอุ่น " " น่ารัก "
เสียนหมายถึง " ความเย็นสบายในฤดูร้อน " รวมความแล้ว
" เตียวเสียน " หมายถึง " สิ่งที่ให้ความอบอุ่นในฤดูหนาวและคาวมเย็นสบายในฤดูร้อน อีกทั้งประกอบด้วยความน่ารัก น่าเอ็นดู "

เตียวเสียนเป็นตัวละครในนิยายสามก๊ก แต่ในพระราชพงศาวดารสามก๊กไม่มีเรื่องราวของหญิงชื่อนี้เลย เธอจึงเป็นเพียงนางในวรรคดีเท่านั้น หามีตัวตนจริงๆไม่

เตียวเสียนจากฝีมือล่อกวนตง
ภาพของเตียวเสียนที่คนส่วนใหญ่รวมทั้งคนไทยรู้จัก เป็นผลงานจากการแต่งนิยายสามก๊กโดย ล่อกวนตง
เตียวเสียนกลายเป็นยอดกัลยาณีผู้อุทิศตนเพื่อบ้านเมือง เรื่องราวของเตียวเสียนที่รับรู้กันทั้วไปล้วนแพร่หลายออกจากนิยายสามก๊ก

จากนี้จะเป็นเนื้อหาบางส่วนที่คัดมาจากนิยายสามก๊กของล่อกวนตง

ตอนที่แปด - อ้องอุ้นแยบคายใช้อุบาย " ลูกโซ่ " ตั๋งโต๊ะโง่อาละวาดที่หงงีเต๋ง

เมื่ออ้องอุ้นกลับมาบ้าน คิดถึงเรื่องที่เกิดในงานเลี้ยงแล้วยิ่งรุ่มร้อน นั่งไม่ติดที่ ตกดึกจันทร์กระจ่าง จึ่งถือไม้เท้าเข้าไปเดินเล่นในสวน หยุดยืนอยู่ข้างซุ้มกุหลาบ
แหงนมองดูฟ้าแล้วน้ำตาตก ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคนทอดถอนใจอยู่ตรงแถวศาลาโบตั๋น อ้องอุ้นรีบเดินไปดู เห็นเป็นเตียวเสียนนักร้องสาวในบ้าน นางผู้นี้ได้รับคัดเลือกมาแต่เยาว์วัย ได้ฝึกหัดดนตรี อายุเพิ่งจะ 16 งามพร้อมทั้งรูปร่าง และศิลปะการร่ายรำ อ้องอุ้นเอ็นดูประหนึ่งบุตรี ยืนฟังอยู่นานแล้ว อ้องอุ้นจึงร้องตวาดว่า

" นางคนทราม ลอมมาหาคนรักหรือ ? "

เตียวเสียนสะดุ้งแล้วคุกเข่าลงตอบว่า

" ข้าน้อยไหนเลยจะบังอาจลอบมีคนรัก ? "

อ้องอุ้นจึง่วา " หากไม่ลอบมีคนรัก ดึกดื่อนป่านนี้แล้วไยมาทอดถอนใจอยู่ที่นี่ ? "
เตียวเสียนกล่าวว่า " ขอให้ข้าน้อยได้รำพันความในใจออกมา ! "
อ้องอุ้นกล่าวว่า " มีอะรก็จงพูดไปตามจริง อย่าได้อำพรางไว้ "
เตียวเสียนจึงว่า " ข้าน้อยรำลึกถึงพระคุณท่าน ด้วยรักด้วยเมตตาตลอดมา ถึงชีวิตข้าน้อยจะแหลกลงเป็นผุยผงก็มิอาจทดแทนพระคุณท่านได้เพียงหนึ่งในหมี่น
หมู่นี้เห็นท่านหน้านิ่วหม่นหมอง คิดว่าต้องมีเรื่องสำคัญของแผ่นดิน ทว่าไม่กล้าถาม ยิ่นได้เห็นท่านยืนนั่งไม่เป็นสุข ในค่ำวันนี้อีก ข้าน้อยถึงถอนใจ ไม่คิดว่าท่านจะมาเห็นเข้า
ฉะนั้น หากข้าน้อยพอจะรับใช้ได้ แม้ต้องเอาชีวิตเข้าแลกก็จะไม่ย่อท้อ "
อ้องอุ้นจึงพูดว่า จงตามเราไปที่ห้องหนังสือ
อ้องอุ้นไล่คนใช้ออกไป จูงเตียวเสียนนั่งลง ตนเองก้มลงกระทำคำนับ เตียวเสียนตกใจหมอบลงพื้นพลางถามว่า " เหตุไฉนนายท่านจึงกระทำเช่นนี้เล่า "
อ้องอุ้นกล่าวว่า " เจ้าจงเมตตาอาณาประชาราษฏร์ของแผ่นดินฮั่นด้วยเถิด "

เตียวเสียนกล่าวว่า " ข้าน้อยได้ลั่นวาจาไว้แล้ว ขอท่านจงสั่งมาเถิด แม้ถึงตายข้าน้อยก็ยอมพลีชีวิต "
อ้องอุ้นคุกเข่ากล่าวว่า " ทุกวันนี้ราษฏรกำลังเดือดร้อน องค์ประมุขแลขุนนางอุปมาดังฟองไข่อันวางซ้อนกันอยู่ มิรู้ว่าจะทลายลงมาแตกพินาศหมดเมื่อไหร่
นอกจากเจ้าแล้วไม่มีใครจะช่วยแก้ไขได้ ขณะนี้อ้ายโจรตั๋งโต๊ะกำลังคิดจะชิงราชสมบัติ ขุนนางแลทหารทั้งปวงต่างจนปัญญาด้วยมันมีบุตรบุญธรรมคนหนึ่ง
แซ่ลิ ชื่อโป้ มีกำลังฝีมือเก่งกาจเกินคนทั้งปวง เราเห็นว่าอ้ายพ่อ-ลูกคู่นี้ล้วนแต่มักมากในหญิงงาม จึงใคร่จะใช้ กลลูกโซ่
ยกเจ้าให้ลิโป้ก่อน แล้วจึงไปยกให้ตั๋งโต๊ะ เจ้าจงใช้เสน่ห์เล่ห์มารยาต่างๆ ทำให้มัทั้งสองคนผิดใจกัน จากนั้น ยุยงให้ลิโป้ฆ่าตั๋งโต๊ะเสีย
เป็นการกำจัดโจรแผ่นดิน ฟึ้นฝูบ้านเมืองแลราชบัลลังก์ขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้ล้วนต้องอาศัยความสามารถของเจ้า ไม่ทราบ่วาเจ้ามีความเห็นอย่างไร ?"
เตียวเสียนตอบว่า " ข้าน้อยยอมตายเพื่อท่าน โปรดรีบยกข้าน้อยให้แก่มันทั้งสอง จากนั้นข้าน้อยจะจัดการต่อไปเอง "
อ้องอุ้นกล่าวว่า " หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เราตายหมดโคตรแน่นอน "
เตียวเสียนกล่าวว่า " ขอพระเดชพระคุณอย่าวิตกไปเลย หากข้าน้อยเนรคุณท่าน ขอให้ตายด้วยคมศัตราวุธนับพันหมื่น " อ้องอุ้นจึงคารวะขอบคุณ

จากนั้น แผนกลลูกโซ่ของอ้องอุ้นจึงเริ่มขึ้น เนื่องจากอ้องอุ้นเป็นคนขี้ขลาดและคิดการณ์ไม่ตลอด แม้แผนการที่ตนได้วางไว้จะประสบผลสำเร็จ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาตัวอ้องอุ้นเองไม่ได้เตรียมการณ์รับมือไว้ล่วงหน้า เหตุการณ์หลังจากแผนการณ์ของตนสำเร็จลงเลวร้ายเกินกว่าที่อ้องอุ้นจะควบคุมได้

ความงามของเตียวเสียนนั้นล่อกวนตงพรรณนาไว้อย่างเลอเลิศ สมกับเป็นนางในวรรณคดี
ในหมู่บ้านชาวจีนถือว่าเตียวเสียนงามจน จันทร์หลบโฉมสุดา ดังมีเรื่องเล่าว่า

เมื่ออ้องอุ้นและเตียวเสียนวางแผนจะทำให้ลิโป้กับตั๋งโต๊ะผิดใจกันแล้ว อ้องอุ้นได้เชิญทั้งสองมาเสพสุราอาหารที่บ้านตน
โดยจะให้บุตรีอยู่คอยปรนนิบัติ พ่อลูกคู่นี้รีบมาตามคำเชิญ อ้องอุ้นคุยและดื่มเป็ฯเพื่อนอยู่พักใหญ่เตียวเสียนก็ยังไม่ออกมา
ตั๋งโต๊ะและลิโป้อารมณ์เสีย อ้องอุ้นก็ร้อนใจมาก พอยามสอง (จีนแบ่งคืนหนึ่งมี 6 ยาม ) ก็รีบไปตามนาง
เห็นเตียวเสียนซึ่งแต่งตัวงามพร้อมสรรพนั่งมองจันทร์อยู่ อ้องอุ้นจึงถามว่า

" เสร็จแล้วไยไม่รีบออกไป จะรออะไรอยู่ "

เตียวเสียนตอบว่า

" รอยามสาม ( เที่ยงคืน ) จึงจะออกไปแข่งความงามกับจันทร์คืนเพ็ญ ให้คนทั้งสองเห็นผลแพ้ชนะ "

อ้องอุ้นไม่เข้าใจ แต่เชื่อมั่นในปัญญาเตียวเสียน จึงกลับไปบอกคนทั้งสองว่าเตียวเสียนใกล้จะมาถึงแล้ว
ขณะนั้นจันทร์แจ่งฟ้างามยิ่งนัก อ้องอุ้นถามว่า

" ท่านทั้งสองว่า ขณะนี้อะไรงามที่สุด ? "

ลิโป้ตอบว่า ดวงจันทร์

ตั๋งโต๊ะสนับสนนุว่า

" ถูกแล้ว ดวงจันทร์งามที่สุด ใครจะงามเกินฉางเอ๋อร์จันทราเทวีได้เล่า "

อ้องอุ้นตอบว่า

ยามสามคืนนี้ เตียวเสียนจะอวดโฉมพิชิตจันทราเทวี

ตั๋งโต๊ะและลิโป้ได้ฟังก็ตื่นเต้นยิ่งนัก เฝ้าตั้งตาคอย พอถึงเวลาเที่ยงคืนเตียวเสียนก็เยื้องกรายออกมา
แสงจันทร์กระจ่างจับเพ็ญโฉมให้งามเด่นยิ่งขึ้น ลิโป้ยังหนุ่มแน่สายตาว่องไว อาศัยแสงจันทร์พินิจโฉมนางจนตะลึงลาน
ตั๋งโต๊ะชราตาฝ้ามัว พยายามจะเพ่งดูนางแต่ไม่ทันเพราะในฉับพลันนั้นเองดวงจันทร์ก็ค่อยๆมืดมิดลงจดหมดดวง
อ้องอุ้นมีไหวพริบดีจึงตะโกนว่า

เห็นไหม จันทร์ละอายที่ไม่อาจจะแข่งความงามกับนางได้ จึงต้องรีบหลบไป จันทราเทวียอมแพ้เตียวเสียนแล้ว

ลิโป้อุทานว่า โฉมสะคราญของเธอดับแสงจันทร์จริงๆ
ตั๋งโต๊ะตื่นเต้นมากวิ่งมาใก้ลๆนาง พยายามเพ่งดูทั้งซ้าย-ขวา ทั้งที่ยังแลไม่เห็นก็ลืมตัวชมออกมาว่า

เตียวเสียน เจ้ามีฉายาว่า ' ลบจันทร์ ' ก็แล้วกัน
จากนั้นเตียวเสียนจึงกล่าวว่า

" ข้าแต่จันทราเทวี จงอย่าละอายข้าน้อยเลย โปรดปรากฏโฉมด้วยเถิด "

ฉับพลันก็เกิดอัศจรรย์ซ้ำสอง เพราะดวงจันทร์ค่อยๆปรากฏกายขึ้นทีละน้อยจนเต็มดวงดังเดิม

แท้จริงแล้วเหตุการณ์คืนนี้เป็นแผนของเตียวเสียน เพราะเธอเชี่ยวชาญวิชาดาราศาสตร์ รู้ว่าคืนนี้จะเกิดจันทรคราส
จึงประกาศประชันโฉมกับจันทราเทวี จนเป็นที่มาของคำสดุดีความงามของเธอ

ขอแทรกเกล็ดสตรีในวรรคดีอีกนางนึงซึ่งความงามของนางเป็นเหตุให้ราชวงศ์เซี่ยต้องล่มสลาย

เม่ยสี่-สนมผู้ทำให้ราชวงศ์เซี่ยล่มสลาย

เมื่อครั้งพระเจ้าเจี๋ย กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์เซี่ย ยกทัพไปโจมตีแค้วนโหย่วซือ
แค้วนโหย่วซือได้ถวายหญิงงามนาม เม่ยสี่ เป็นบรรณาการ เมื่อยกทัพกลับ พระเจ้าเจี๋ยก็พาเม่ยสี่มาอยู่ในวัง
และตั้งให้นางเป็นพระสนม

สาวงามในราชสำนักมีมากมายสุดจะนับได้ แต่พวกนางก็มีลักษณะคล้ายคลึงกันคือ สุภาพ อ่อนโยน
มีจริตงามตามแบบแผน ผิดกับเม่ยสี่ ซึ่งถือกำเนิดในแค้วนเล็กนอกอารยธรรม จึงมีนิสัยแผกจากหญิงอื่น กล่าวคือ
ออกจะป่าเถื่อน มีชีวิตชีวา ใจนักเลง เปิดเผย กล้าได้กล้าเสีย ซ้ำชอบแต่งกายเป็นชาย พกกระบี่ถือธนูเดินเข้าออกตามที่ต่างๆ
โดยไม่หวั่นเกรง แต่ไรมา พระเจ้าเจี๋ยก็ชื่นชอบในกามรสอยู่แล้ว พอได้เม่ยสี่มาเป็นสนม ก็ยิ่งหมกมุ่นเข้าไปอีก
ทรงปล้นชิงหญิงงามทั่วแผ่นดินมาไว้คอยปรนนิบัติ รวบรวมนักร้อง คนแคระ และตลก มาคอยให้ความสำราญ
เกณฑ์แรงงานราษฏรมาสร้าง สระสุรา ป่าเนื้อ ไว้เสพสุข
พระองค์โอบกอดเม่ยสี่ลอยเรือหาความสำราญอย่างป่าเถื่อน ถึงกับบัญชาให้มหาดเล็กกระโดดลงไปดื่มเหล้าในสระ
ใช้เสียงกลองเร่งเร้าให้ดื่มอย่างเมามัน พอมีคนจมน้ำตาย เม่ยสี่ก็ปรบมือร้องชมเชย พระเจ้าเจี๋ยทรงว่างเว้นราชกิจ
ออกว่าราชการเพียงนานๆครั้ง เวลาอยู่ในท้องพระโรงก็ให้นั่งบนพระเพลา ครั้นนางกราบทูลอันใด
ก็ปฏิบัติตามนั้น พระเจ้าเจี๋ยกลายเป็นกษัตริย์เหลวแหลก สูญเสียหลักธรรมราชา
เพียงไม่นาน เหล่าเจ้าผู้ครองนครก็ร่วมกันก่อกบฎ กองทัพของพระเจ้าเจี๋ยไม่ยอมต่อสู้
ราชวงศ์เซี่ยจึงถึงกาลล่มสลาย พระเจ้าเจี๋ยและเม่ยสี่ถูกจับไปลอยเรือ
เมฆดำแผ่คลุมท้องฟ้า คลื่นขุ่นโหมซัดอย่างบ้าคลั่ง เรือลำน้อยล่องลอยไปตามกระแสคลื่นอันรุนแรง
อดีตราชาแหงนพระพักตร์มองฟ้าแล้วถอนพระทัยยาว ยื่นพระกรโอบกอดเม่ยสี่ ทันใดนั้น
เม่ยสี่ก็สะบัดตัวออกโดยแรง เปลี่ยนท่าทีไปโดยพลัน นางจ้องพระเจ้าเจี๋ยด้วยสายตาเย็นชา
ชั่วอึดใจหนึ่งก็กล่าวช้าๆ เน้นย้ำทีละคำอย่างชัดเจน

" รสชาติของการสูญเสียแว่นแคว้นนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ? "

เมื่อคลื่นยักษ์ลูกหนึ่งจู่โจมมา ร่างของนางก็ถูกคลื่นม้วนกลืนไป
พอคลื่นใหญ่อีกลูกซัดกระหน่ำ เรือน้อยก็พลิกคว่ำลง
*********************************************

เตียวเสี้ยนในสามก๊ก ศิลปินมักวาดเป็นรูปกำลังจุดธูปเทียนบูชาพระจันทร์ และมีเกร็ดหรือตำนานชาวบ้าน (นอกหนังสือสามก๊ก) เล่าต่อๆ กันมาว่า เมื่ออองอุ้นมหาอำมาตย์ตงฉินผู้ซื่อต่อแผ่นดิน ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมของเตียวเสี้ยน วางแผนจะกำจัดกังฉินเสี้ยนหนามแผ่นดินคือตั๋งโต๊ะผู้กำเริบตั้งตนเองเป็นมหาอุปราช โดยจะใช้เสน่ห์เตียวเสี้ยนยั่วให้ตั๋งโต๊ะผิดใจกับลิโป้ อัศวินคู่ใจตั๋งโต๊ะนั้น อองอุ้นแกล้งเชิญตั๋งโต๊ะกับลิโป้มากินเลี้ยงแล้วก็บอกว่าตนมีลูกสาวบุญธรรมคนหนึ่งที่หน้าตาสวยงามมาก ลือกันว่าสวยกว่าจันทรเทวีฉางเอ๋อ จนจันทร์เจ้าอาย ทั้ง 2 กังฉินนั่นไม่รู้กลก็ตื่นเต้นอยากเห็น อองอุ้นก็แกล้งถ่วงเวลาไว้ ที่จริงอองอุ้นรู้ว่าคืนนั้นจะมีจันทรุปราคา พอใกล้เวลาจันทรคราสก็ให้เชิญเตียวเสี้ยนออกมา ทันใดนั้นพระจันทร์ก็สิ้นแสงหมดรัศมี ตั๋งโต๊และลิโป้จึงตื่นเต้นมากว่าเตียวเสี้ยนเป็นหญิงงามเย้ยจันทร์จริงๆ เตียวเสียนก็จุดธูปกระทำคารวะต่อเทพธิดาแห่งดวงจันทร์เชิญให้ออกมา จันทร์ก็สว่างดังเดิม ต่อจากนั้นทั้งสองคนก็หลงใหลเสน่ห์เตียวเสี้ยนจนโงหัวไม่ขึ้นจนถึงกับฆ่าฟันกันเองตามกลของอองอุ้นที่วางไ
ว้

user posted image



*********************************************

[img]http://nintendods.gaming-universe.de/screengalerie/1483.jpg[img]

เตียวเสี้ยน หรือเตียวฉาน (貂婵) เป็นนางระบำของขุนนางที่ชื่อว่าอ๋องอุ้น (王允) ในสมัยปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก มีรูปโฉมที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง และมีความสามารถในการฟ้อนรำเป็นเลิศ ครั้นเมื่อนางเห็นว่าราชวงศ์ฮั่นตะวันออกตกอยู่ใต้อำนาจของขุนนางทรราชตั๋งโต๊ะ (董卓) ซึ่งแอบอ้างราชโองการปกครองเหล่าขุนนาง ทำให้ขุนทางทั้งหลายไม่กล้าขัดขืน อีกทั้งอ๋องอุ้นกลัดกลุ้มใจ กินไม่ได้นอนไม่หลับ ในคืนพระจันทร์สว่างสดใส นางได้จุดธูปอธิษฐานต่อสวรรค์ยินดีที่จะรับภาระช่วยเหลือผู้เป็นนาย อ๋องอุ้นผ่านมาได้ยินเข้าก็รู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก จึงตรงเข้าไปพยุงนางลุกขึ้น และคำนับนาง นับจากนั้นจึงได้รับเตียวเสี้ยนเป็นธิดาบุญธรรม



อ๋องอุ้นเห็นว่าตั๋งโต๊ะกำลังยึดครองราชวงศ์ฮั่นตะวันออก จึงได้วางแผนการอันต่อเนื่อง ยกเตียวเสี้ยนให้แก้ลิโป้ (吕布) ก่อนอย่างลับๆ แล้วจึงค่อยยกนางให้แก่ตั๋งโต๊ะ ลิโป้นั้นมีความกล้าหาญอายุยังน้อย ส่วนตั๋งโต๊ะเจ้าเล่ห์เพทุบาย เพื่อที่จะดึงลิโป้มาเป็นพวก ตั๋งโต๊ะจึงได้รับลิโป้เป็นลูกบุญธรรม ทั้งสองต่างก็ฝักใฝ่ในอิสตรี ดังนั้นนับจากนั้นมาเตียวเสี้ยนต้องรับมือกับบุคคลทั้งสอง ทำให้ทั้งคู่หลงใหล หลังจากที่ตั๋งโต๊ะรับเตียวเสี้ยนไว้เป็นภรรยาน้อย ลิโป้เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก



วันหนึ่ง ในขณะที่ตั๋งโต๊ะไปร่วมประชุมเหล่าขุนนาง ลิโป้ก็แอบเข้าไปพบกับเตียวเสี้ยน และนัดพบกันที่ศาลาฟ่งอี๋ เมื่อเตียวเสี้ยนไปพบลิโป้ ก็ได้แสร้งร้องไห้บอกเล่าความทุกข์ที่ถูกตั๋งโต๊ะขืนใจ ลิโป้โกรธมาก ในเวลาเดียวกันนั้นเองตั๋งโต๊ะกลับมาพบเข้า และด้วยความโกรธจึงได้แย่งเอาง้าวในมือของลิโป้และตรงเข้าแทง แต่ลิโป้หนีไปได้ นับจากนั้นทั้งสองต่างก็เกิดความระแวงซึ่งกันและกัน จนท้ายที่สุดอ๋องอุ้นก็สามารถเกลี้ยกล่อมลิโป้ให้กำจัดตั๋งโต๊ะได้ในที่สุด



ฉายา ความงามที่ทำให้แม้แต่ดวงจันทร์ยังต้องหลบเลี่ยงให้ของเตียวเสี้ยนนั้นมาจากเรื่องราวตอนที่นางกำลังอธิ
ษฐานต่อดวงจันทร์อยู่ภายในสวน ทันใดนั้นมีลมพัดขึ้นเบา ๆ เมฆจึงลอยมาบดบังอันสว่างสดใส ขณะนั้นบังเอิญอ๋องอุ้นมาพบเข้า เพื่อที่จะเป็นการกล่าวชมว่าธิดาของตนนั้นมีความงามเพียงใด เมื่อพบปะผู้คนก็มักจะกล่าวว่า บุตรีของข้าหากเทียบความงามกับดวงจันทร์แล้ว ดวงจันทร์ยังมิอาจเทียบได้ รีบหลบเข้าไปหลังหมู่เมฆ ดังนั้นผู้คนจึงขนานนามเตียวเสี้ยนว่า 闭月หรือ ความงามที่ทำให้แม้แต่ดวงจันทร์ยังต้องหลบเลี่ยงให้

user posted image


*********************************************

user posted image



*********************************************

เตียวเสี้ยน - Diao Chan
เป็นเชื้อพระวงศ์หั้น เมื่อตอนเด็กมีฐานะยากจน ช่วยแม่ทอเสื่อขายเสี้ยงชีพ เป็นนางรำในจวนอ้องอุ้น อ้องอุ้นรักเหมือนลูก มีความสวยและฉลาดมาก เมื่อครั้งอ้องอุ้นคิดจะกำจัดตั๋งโต๊ะ นางได้ยอมสละตัวเอง ทำให้ตั๋งโต๊ะแตกคอกับลิโป้ หลังจากตั๋งโต๊ะตายแล้ว ลิโป้เก็บนางเป็นเมียน้อย ต่อมาโจโฉประหารลิโป้แล้วจึงพานางกลับเมืองฮูโต๋

เรื่องเตียวเสี้ยน เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมา จึงมีการเดินเรื่องหลายๆแบบ บ้างก็ว่านางฆ่าตัวตายหลังจากที่กำจัดตั๋งโต๊ะได้สำเร็จ บ้างก็ว่านางไปอยู่กับโจโฉแล้วถูกกวนอูฆ่า หรือกวนอูไม่ฆ่าแล้วไล่ไป ซึ่งก็เป็นเรื่องตามนิยายหรือบทงิ้ว ส่วนคำว่าเตียวเสี้ยนก็มีความหมายว่าจั๊กจั่นเท่านั้นเอง

เอาคนแรกไปก่อนเนอะ ^^ เตียวเสี้ยนเป็นคนที่เราชื่นชมที่สุดในสี่สาวงามล่ะ
ถึงแม้จะไม่มีจริงๆก็เหอะ เอาเป็งว่าชอบนะ ใครมีปัญหาบ้าง !
เลยเเอบลำเอียงเล็กๆเอามาลงก่อนพวก อิอิ
ปล. คนต่อไปที่จาเอามาลงคือ ไซซี ต่อด้วย หยางกุ้ยเฟย แล้วก็ หวังเจาจวินค่ะ ^^
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

ชอบเตียวเสี้ยน มากที่สุดเหมือนกันค่ะ เสียสละดี
#1  by  Kasuchan At 2007-01-28 15:59, 
ที่ตั้งจัยอ่านเพราะเราบ้าสามก๊ก
#2  by  เกี่ยวกันมั๊ย (125.26.87.42) At 2008-08-15 15:50, 
#3  by   (161.200.255.162) At 2009-04-01 13:46, 
<a href="http://znlzaemyuflxijy.com">yaxgvgvrbdstajz</a> http://whcqnwmsjplnxfw.com [url=http://urrhiaaiaesinyg.com]evuqocicelqomda[/url]
#4  by  mpruvswuif (94.102.52.87) At 2010-06-14 09:21, 

<< Home